Have time?


ขอบคุณ นาฬิกา สวย ๆ จาก


แวะไปที่เพจเฟซบุ๊คได้นะคะ
Honeynut House

อื่น ๆ
Auto Backlinks

สาวเดี่ยวเที่ยวอเมริกา 2. เดินทางสู่ Manhattan

ไปกันต่อ….

ต่อจากตอนที่แล้ว (1.ออกเดินทาง)

ในตอนที่ 2 นี้ค่ะ เรามาเริ่มด้วยการเดินทางจากสนามบิน JFK ไปสู่ Manhattan กันค่ะ

เหมือนเดิมค่ะ เราไปชมวิดีโอกันก่อน แล้วค่อยมาชมภาพกันค่ะ (ภาพอยู่ข้างล่างวิดีโอนะคะ)

การเดินทางมาที่ นิวยอร์ก จะมีสนามบินหลัก ๆ สองแห่ง ถ้าเป็นการเดินทางมาจากนอกสหรัฐอเมริกา เครื่องส่วนใหญ่จะบินมาลงสนามบิน JFK ถ้าเป็นการบินภายในประเทศ จะเป็นการบินที่สนามบิน Laguardia แต่ก็จะมีบางสายการบินที่เป็นในประเทศแต่ไปลง JFK ก็มี
หลังผ่านพิธีการ ทีนี้เราก็มาถึงการเข้าเมืองกัน บางคนที่มีสัมภาระเยอะมากันหลายคน Taxi ก็เป็นทางเลือกที่ดี (จากเจเอฟเคเข้าแมนฮัตตันนี่มีคนบอกว่าเกือบร้อยเหรียญ ก็แพงอยู่นะคะ Smiley)
วิธีที่ถูกที่สุด ก็คือการนั่งรถไฟนี่เองล่ะค่าาาาาาาา
ที่นี่รถไฟเรียก MTA มีหลายสายมาก ที่นิวยอร์กนี้ MTA มีครอบคลุมเกือบทั่วทั้งเมือง เดินทางได้สะดวก มีเยอะสายเต็มไปหมด
นั่งรถเข้าเมืองกัน (ในรูปนั่งแอร์เทรนนะคะ สังเกตเบาะด้านหลัง)
โดยที่พักที่เอวิเลือก เอวิเลือกพักที่ย่าน Lower east side ซึ่งเป็นย่านที่นับว่าปลอดภัยย่านหนึ่ง และไม่ไกลจาก China town ซึ่งมีของกินราคาถูก (เดี๋ยวเรื่องที่พักจะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะคะ)

(ในรูปเอวิคลิกสลับขากัน จริง ๆ ต้องจากสนามบินไปฝั่งแมนฮัตตันเนอะ)
การเดินทางออกจากสนามบิน มันจะมี airtrain ที่เชื่อมกับทุกๆ Terminal ของสนามบิน JFK
โดยจะมี 3 สายดังนี้
1. สายที่วิ่งวนทุก Terminal
2. สายที่ไป Howard beach
3. สายที่ไป Jamaica (ชื่อสถานี Jamaica ไม่ใช่ ประเทศจาไมก้า นะคะ)
ทีนี้ต้องดูว่าเราจะไปย่านไหน ถ้า Manhattan ไปต่อที่จาไมก้า มันจะมีสายรถไฟที่ต่อไปได้หลายสาย และบางคนบอกว่า ถ้าไป Howard beach ช่วงมืดแล้วอาจไม่ปลอดภัยนัก
เอวิพักแถว Delancey street ซึ่งต้องไปด้วยรถไฟสาย J ซึ่งผ่านที่ Jamaica พอดี และไม่ต้องเปลี่ยนสาย
สรุป 1. นั่งรถ airtrain สายที่จะไป Jamaica ออกจากสนามบิน
       2. พอถึงสถานี Jamaica ก่อนออกจากสถานี จะต้องไปซื้อตั๋วที่ตู้ เพื่อเอาบัตรมาเสียบ ที่ประตูทางออก ราคา 5 เหรียญ บวกค่าบัตรอีก 1 เหรียญ เป็น 6 เหรียญ บัตรเก็บไว้ ใช้ขากลับได้ เติมตังเอา
       3. ตอนนี้เราอยู่สถานี Jamaica ของ airtrain เราต้องเดินจากสถานีนี้ ไปยัง Sutphin Boulevard–Archer Avenue–JFK AirportSmiley (จำง่าย ๆ สถานีสุดฟิน) มันคือสถานีเดียวกัน เหมือนหมอชิตของ BTS กับ สวนจตุจักรของ MRT คือมันอยู่ที่เดียวกัน แต่เดินไปอีกหน่อย เราหลงมาแล้ว นั่งไปจาไมก้าเซ็นเตอร์นู่นซึ่งมันผิดSmiley
       – ซื้อตั๋วรถไฟ มันจะคิดเที่ยวละ 2.5 เหรียญ แต่เอวิซื้อเหมา สบายคลายกังวล 7 วัน 30 เหรียญ (มีค่าบัตรอีก 1 เหรียญ)
       4. ที่ฝั่งสถานีสุดฟิน เราไปหาชานชลา ของ J train
5. ขึ้น J-train ที่มันเขียนว่าไป Broad Street จะเข้าสู่ Manhattan (ดูสถานีที่ผ่าน กดที่นี่)
       6. เมื่อกี้บอกว่า เอวิอยู่ตรง Delancey street แต่ เจเทรนมันไม่จอด มันจอดสถานี Essex street ที่อยู่ห่างไปอีกบล๊อกนึง ฟังดูเหมือนจะงง คือสถานีคนละชื่อแต่อยู่ติดกัน รถวิ่งคนละสาย    เห้อออออ Smiley
เอาเป็นว่าถึงที่พักละ ชื่อ Bluemoon Hotel จ้า
โรงแรมนี่หาทาง Hostel world ค่ะ การจองผ่านเว็บที่ไว้ใจได้ เราจะอุ่นใจระดับหนึ่งว่าเราจะไม่โดนเท เพราะเราจ่ายมัดจำไปแล้ว ในเว็บนี้เป็นการจ่ายมัดจำ 10 % พอไปถึงโรงแรมค่อยจ่ายที่เหลือจนเต็มราคา ตอนที่จอง พอกดให้หักมัดจำปุ๊บ สัก 5 นาที ทางโรงแรมเมล์มาทักทายเลย ส่งแผนที่มาให้ โรงแรมที่ดี และน่ารัก มักรีบส่งข้อความมาทักผู้จอง บอกโรงแรมที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ก็จะนิ่งเงียบ ลูกค้ารีบใจร้อนอย่างเราก็จะเมล์ไปทักเขา ว่าเราจะไปวันนี้ๆ คอนเฟิร์มนะ แล้วเจอกัน เขาถึงมีเมล์ตอบมา
ก่อนจองที่พักนี้ เอวิดูอยู่หลายโรงแรมค่ะ โรงแรมที่ราคาน่ารักก็จะมีที่นี่ ที่ดูปลอดภัย และราคารับมือไหว ที่นี่ราคา 2500 บาทโดยประมาณ ซึ่งราคานี้ได้แค่นอนรวมค่ะ ห้องเดียวเฉียดหมื่น เอวิพัก 2 คืนนี่กระอัก ซึ่งโรงแรมนี้น่ารักมาก ออกแนว บูติคโฮเต็ล
โลเคชั่น
ที่ว่าจะเล่าเรื่องซิมโทรศัพท์  Sim2fly ของเอไอเอส ทริปนี้ เอวิไป อเมริกา และญี่ปุ่น การเช้า Pocket wifi ดูจะลำบาก เพราะไป 2 ประเทศ เลยโทรไปเช็คราคากับทางคอลเซ็นเตอร์ก่อน ซึ่งคอลฯบอกว่า  ถ้าเป็นอเมริกา ยุโรป ราคา 15 วัน 899 เอเชีย 7 วัน 349 (ราคาปี 2016) และซื้อซิมส์เดียวและใช้สองโปรต่อกันได้ ถ้าเปิดใช้และเติมเงินปุ๊บมันจะเริ่มนับวันที่ 1 ทันที (รายละเอียดแนะนำให้ถาม จนท จะดีที่สุดค่ะ) พอลงสนามบินมา เอวิรีบเปิดเครื่องเลย สามารถจับสัญญาณได้เลยไม่ต้องตั้งค่าอะไร แต่เพื่อความชัวร์ถาม จนท เขามาก่อนจะดีมากค่ะ สัญญาณก็ดี เอวิส่วนใหญ่เน้นเล่นเน็ต
เออ ปล. มันโทรเป็นโทรศัพท์ในอเมริกาไม่ได้นะคะ เป็นเฉพาะของเอวิหรือเปล่าไม่รู้
มาดูห้องพัก
ห้องพัก เป็นเตียงสองชั้น ราคาที่นอนละ 2500 บาท ห้องหญิงรวม มีแอร์ ตอนแรกเข้ามาหนาวนิดหน่อยคือแอร์แรงมาก แต่ก็อุ่นกว่าข้างนอก นัดกับวิกกี้ไว้ทุ่มนึงนางอยากไป Time square ไอ้เรายังไงก็ได้ ก็ได้โอกาสนอนพัก เปลี่ยนเสื้อผ้า ในห้องพักยังไม่มีเพื่อนเลยค่ะ
ครื้มอกครื้มใจ อาบน้ำดีกว่า ขุ่นพระ ฝักบัวฝรั่งนี่มันเปิดไงวะ
ไอ้เราก็นึกว่า H = Hight  C (เห็นเป็น L)= Low
นึกว่าเมืองฝรั่งไม่มีน้ำร้อนให้อาบซะอีก แหมมมม….
พอพักจนได้เวลา เกือบทุ่ม เอวิเดินไปหาวิกกี้ตามโลเคชั่นที่นางให้เลย ทำไมมันมืดจัง เดินวนไปวนมา นางก็บอกว่า ออกมาแล้วๆ ตรงไหนวะ
ขณะกำลังยืนเช็คไลน์ มีฝรั่งผู้หญิงคนนึงเดินผ่านมา กระซิบข้างหู “ยู อย่าหยุดยืน อันตราย Keep Walking” ชิบเป๋งแล้ว เพื่อนก็ยังไม่มา เอวิเดินวนไปค่ะ
หมดหนทาง ไปรอหน้า Starbucks
ยืนรอวิกกี้ที่หน้า starbucks นางก็ไม่มาสักที ไลน์ไปใหม่ อีลืมกุญแจไว้ในห้อง นอกห้องไม่มีเน็ต นางเลยต้องไปขอกุญแจเขามาเปิด (นางพัก China town ห่างไป 2 บล็อกจากเอวิ พักห้อง airbnb)
สรุปกว่าจะเจอกัน สองทุ่ม Smiley สรุปอีกที นางเหนื่อย นางไป Time square ไม่ไหว นางชวนไปกินข้าว China town (เมิงเหนื่อยอารัย กรูนี่ออกจาก กทม ไปเซี่ยงไฮ้ ไปนิวยอร์ก นางมานอนเซี่ยงไฮ้ก่อนหน้า 1 วัน แม๊……)
ร้านนี้ใกล้ ๆ ที่พักเลย ชื่อร้าน Shu Jiao Fu Zhou Cuisine
เมนู ราคาประหยัด ในนิวยอร์กได้ 1 อิ่มราคานี้นับว่า โอเคสุดละ
ทีนี้สบาย นางพูดจีนกลาง สั่งอาหารให้เราอย่างง่าย เอวิเอาเกี๊ยวซ่า ถูกสุด (เบอร์ 13) เราคนไทยไม่ต้องกังวล มันมีภาษาอังกฤษ มันมาที 6 ลูกใหญ่ แม่เจ้า เล่นเอาจุก แนะนำให้ใส่ซอสพริกด้วย ไม่งั้นจืดสนิท
1 อิ่ม ประหยัด เดินกลับห้อง (วิกกี้พักห้องถัดจากร้าน) ก่อนเข้าที่พัก ตาดีเห็นร้านมินิมาร์ทอยู่ถนนใหญ่ก่อนเข้าที่พัก จัดซะหน่อย ของราคาโอเค มีป้ายราคาติด ไม่ต้องลำบากใจถาม
สอยของมากินดีกว่า มีดังนี้
กาแฟ ราคาไม่แรงเท่าสตาร์บัค ขวดนี้ 2 เหรียญกว่า ไว้กินตอนเช้า (อย่าใส่ใจกับท่านั่งนะคะ หมดแรง)
ขนมปังเชอรี่ ที่แคลอรี่สูงจริงอะไรจริง (ก้อนละ 400 KCal) ราคา 2 เหรียญกว่า
เชอรี่โค้ก อันนี้ก้อ้วนอีก
ทั้งหมดเอวิไม่ได้กินวันเดียวนะคะ ทั้งหมดนี้กินได้ 3-4 มื้อจ้า
เอาล่ะค่ะ เราก็เดินทางมาถึง New York สักที พรุ่งนี้เป็นวันที่จะออกเที่ยวจริง ๆ แล้ว อย่าลืมติดตามกันต่อนะคะ รอชมต่อตอนหน้าค่ะ

 

สาวเดี่ยวเที่ยวอเมริกา 1. ออกเดินทางสู่ New york

การเริ่มต้น มันดูจะเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะ บล๊อกใหม่ อิอิ

ต่อจากตอนที่แล้ว (0.จะไป New york บอกหนูที)

อันที่จริงบล๊อกที่แล้วเขียนก่อนไปนิวยอร์ก ในขั้นตอนหาข้อมูล พอเขียนเสร็จก็เป็นไข้เป็นหวัดสองสามตลบ คือเป็นจนเกือบหายก็เป็นอีก ทำให้ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย แม้แต่การเดินทางเข้าเมืองก้มาหาเอาวันสุดท้าย คือเหมือนไปตายเอาดาบหน้า

การเดินทางในครั้งนี้ บินสายการบิน China eastern airline ค่ะ ราคาตั๋วทั้งทริป 36,300 บาทค่ะ

เหมือนเดิมค่ะ เราไปชมวิดีโอกันก่อน แล้วค่อยมาชมภาพกันค่ะ (ภาพอยู่ข้างล่างวิดีโอนะคะ)

เอาล่ะ เนื่องจากเครื่องบินที่จะเดินทางไป ออกจากสนามบิน 2.30 น.
แต่ไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วง ถ้าจะออกดึก ๆ ดื่น ๆ เอวิเลยออกจากบ้าน 4 ทุ่ม
ถ่ายรูปก่อนออกจากบ้าน และส่งไปให้บั๊ดดี้ปลายทางดู
us00

พูดถึงบั้ดดี้ ตอนแรกที่ซื้อตั๋วคือคิดว่ารอบนี้คงได้ไปตายเอาดาบหน้าแน่ ๆ เว็บเก่าที่เคยหาเพื่อนไปญี่ปุ่น ก็ไม่ฟรีแล้ว ก็พอดี เข้าไปเว็บ Couchsurfing.com ตอนแรกก็ว่าจะลองหา host ดู เพราะที่พักในนิวยอร์กราคาสูง ติดต่อไปหลายคนก็หาไม่ได้ เลยจองที่พักที่โรงแรมไป เดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องโรงแรมให้ฟังนะคะ

ทีนี้เรื่องเพื่อน ก็เลยไปโพสในเว็บนั้นนั่นแหละว่าหาบัดดี้เที่ยวนิวยอร์ก วันที่เท่านี้ ถึงเท่านั้ ก็มีสาวจีนคนนึงติดต่อมา ชื่อ Vicky  เดินทางไปนิวยอร์กวันเดียวกัน ถามไปถามมา บินไฟลท์เดียวกันตั้งแต่เซี่ยงไฮ้ !!!! เพื่อนฟ้าประทาน อีกแล้ว

เอาล่ะ พร้อมเดินทาง เรียก Grab taxi มา ไม่รู้ยังไง ได้คันที่แบบไม่โอเคเลย ขับไม่ดี นี่นั่นโน่น เฮ้อ

us01_1
เอาหละ เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เอวิมีภาระกิจอีกอย่างที่ต้องทำคือ ไปจัดการซิมส์ Sim2fly คือจริง ๆ ไปซื้อซิมส์มาแล้ว แต่วันเดินทางวันพอดีเป๊ะกับโปรโมชั่น ไม่สามารถเปิดบริการก่อนล่วงหน้าได้ จึงต้องมาเปิดและเติมเงินช่วงที่ 2 ที่สนามบิน (ช่วงแรกอเมริกา 899 บาท ช่วงสองญี่ปุ่น 349 บาท ถ้าเติมเงินปุ๊บมันจะเริ่มนับวันที่ 1 ทำให้วันที่เอวิอยู่อเมริกาวันสุดท้ายจะไม่มีเน็ตเล่น ถ้ามาเปิดที่สนามบิน มันจะเล่นได้ถึงวันสุดท้ายที่อเมริกาพอดี) ไว้จะมาเล่าให้ฟังว่ามันดีไหม

read more >> สาวเดี่ยวเที่ยวอเมริกา 1. ออกเดินทางสู่ New york

สาวเดี่ยวเที่ยวอเมริกา 0.จะไป New york บอกหนูที

 1479802839
  อเมริกา เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ฝันไว้ ฝันไว้นาน ฝันจนเก็บไว้ ในกรุ คิดอยากไปเรียนต่อเมื่อนานมาแล้ว แต่ดันสอบโทติดที่ไทย เลยเรียนกันไปเป็นระยะเวลานาน จนปัจจุบันไม่สามารถไปได้เนื่องจากพ่อแม่มีอายุมากแล้ว แต่จนกระทั่งวันหนึ่ง จากคนที่ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับอเมริกาเลย โดยเฉพาะนิวยอร์ก เพิ่งมารู้จักจากเพลงนี้  กด ก็เกิดสนใจขึ้นมา
นอกจากนี้ยังรู้จักนิวยอกร์กจาก CSINY, Forever, Mystery of Laura และซีรีส์อีกหลายเรื่อง
โดยเฉพาะเรื่อง Forever ที่ไม่น่าหยุดการสร้าง season 2 ไปเลยฮือๆ เอาหละเรื่องหนังเดี๋ยวมาแพล่มต่อ ที่นี้ดูมิวสิคอย่างเดียว ได้ยินชื่อสถานที่เต็มไปหมด แล้วมันคืออะไรต้องมาดูนี่ ภาษาไทย ฟังทันแน่นอน   กด (เทยเที่ยวนิวยอร์ก) แจ่มมาก ชัดเจน  เริ่มรู้จักสถานที่หลายที่
เมื่อเราบินจากเมืองไทย โดยส่วนใหญ่การไปอเมริกา จะเป็นการบินแบบต่อเครื่อง เคยได้ยินกันว่าสมัยก่อน รุ่นแม่ ๆ มันมีบินตรงไปจากไทยเลย แต่เพิ่งได้ยินข่าวว่า ตอนนี้ก็ไม่มีแล้วอีก
แล้วทำไมต้องนิวยอร์ก ก็ไม่รู้สิ อเมริกาก็ต้องเทพีเสรีภาพมั๊ง ไหน ๆ ก็จะไปทั้งทีแบบตามใจฉัน(แปลว่าไปไหนก็ได้) ก็ไปที่ที่อยากไป ยังไงก็ต้องไปให้ถึง
การบินมาจากไทย ไปนิวยอร์ก ส่วนใหญ่จะบินลงที่สนามบิน JFK ค่ะ ซึ่งพออ่านจากแหล่งต่าง ๆ แล้วพิศวงงงงวยมาก กับการออกมาจากสนามบิน เอาล่ะ หาข้อมูลสิคะ ว่าการออกจากสนามบินทำอย่างไร
0. ใบเข้าเมือง ที่นี่เขียนไว้ดีเชียวค่ะ   กด อัพเดท ปัจจุบันไม่ต้องกรอกแล้วนะคะ กรอกใบ custom อย่างเดียว
1 พี่ตม. : เมื่อเรามีวีซ่าแล้ว(เรื่องวีซ่าเราไม่พูดเนอะ คนรีวิวเยอะมาก) ด่านที่คนไทยกลัวกันนักหนา ก็คือด่านพี่ ตม. นี่แหละ  หรือที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า immigration อิม มิ เกร ชั่น เมื่อเรามาเจอที่เขียนแบบนี้แปลว่าคือ ตรวจคนเข้าเมืองนะคะ (ชื่อเล่น พี่อิม พี่ตอมอ)ที่สนามบิน JFK ที่ด่านจะมีตู้ให้เราสอดวีซ่าเราเข้าไป มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือที่ตู้นะคะ แล้วกรอกรายละเอียดผ่านเรื่อง พิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายรูป แล้วค่อยไปให้เจ้าหน้าที่ซักถามเล็กน้อยก่อนปัีมให้เข้าเมืองค่ะ
2. ศุลกากร custom : หลังจากเราผ่านพี่อิม มาแล้วเราก็จะต้องไปรับกระเป๋า จากนั้นเราก็ต้องไปเข้าช่องศุลกากร อัพเดท ตอนนี้เขาให้กรอกข้อมูลที่ตู้เหมือนกัน มันจะมีใบออกมา เราเอาใบนี้ไปยื่น จนท. (รายละเอียดที่กรอกก้เหมือนของเก่าที่เป้นแผ่นกระดาษน่ะค่ะ) มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือที่ตู้นะคะ
3. ออกจากสนามบิน โดย airtrain
4. ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดิน
      สองคลิปนี้ รีวิวการซื้อบัตรรถไฟ (Metro card เม โทร การ์ด) กับการเดินทางด้วยรถไฟใน NYC ได้ดีเชียวค่ะ
หลายท่านแนะนำว่าให้ซื้อ แบบ 7 วันไปเลย คุ้มที่สุด เผื่อหลงด้วย
เอาหละนั่นเป็นขั้นตอนคร่าว ๆ ส่วนของจริงจะเจออะไรนั้น ต้องตามมาชมนะค๊า เร็ว ๆ นี้

>> ตอนที่ 1. ออกเดินทาง 

อ่านแล้วชอบ กดตรงกำลังใจ ให้ด้วยนะคะ จะมีโฆษณาขึ้นมา


ขอบคุณค่ะ

ภาพถ่ายจากผู้ชายคนหนึ่ง ตอนที่ 3 ของกิน

ความเดิมจากตอนที่แล้วฉันได้รู้จักผู้ชายชาวปากีสถานคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตอยู่ในหลายประเทศ และนี่คือภาพถ่ายธรรมดา ๆ กล้องธรรมดาที่คนทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน กล้องมือถือบ้างอะไรบ้าง ที่อาจเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านสายตาผู้ชายคนหนึ่งได้ไม่มากก็น้อยค่ะ
(ทุกภาพถ่ายได้รับการอนุญาตจากเขาแล้ว)

ในตอนที่ 3 นี้ น่าจะมีแต่ของกินเป็นส่วนใหญ่ มาดูกันค่ะ ว่าของกินในสายตาผู้ชายคนนี้ เขาสนใจอะไรบ้าง

ตอนไปกินร้าน Kaethy the withch


เขาถ่าย แต่เอวิเป็นคนเอามาใส่กรอบ มุ้งมิ๊งเชียว

เนื่องจากเขาเป็นคนชอบทำอาหาร เขาจะตื่นตาตื่นใจกับของกินเป็นพิเศษ

อันนี้ก็ด้วย (ไม่ได้ดูดีอย่างเดียว อร่อยด้วย)

ดื่มชากัน

นอกจากนี้เขาก็มีโอกาสได้ไป อัมพวา ที่พวกเราชาวไทยไปกันบ่อย ๆ

ตลาดน้ำจากสายตาของชาวปากีสถาน เขาบอกว่าที่บ้านเขาไม่มี

เขาชอบน้ำจิ้มซีฟู๊ดที่สุด ถึงกับหัดทำ แต่ป่านนี้ก็ทำไม่เป็น

นี่คือรูปถ่ายบ้าน ๆ จากผู้ชายคนหนึ่ง ในตอนต่อไป เขาไปพบเจออะไรอีก จะนำรูปถ่ายมาให้ชมกันนะคะ

สบู่วิตามิน ส้มใส

สวัสดีค่ะ แอบหายไปนาน (ก็นิดนึง) วันนี้จะมาเล่าถึง สบู่อาบน้ำที่ได้ลองใช้มานะคะ

บอกกันไปตรง ๆ ว่าผลิตภัณฑ์ส้มใส เป็นผลิตภัณฑ์ ที่เอวิเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ด้วย แต่ในการเขียนนี้ เอวิก็จะเขียนตามสิ่งที่เป็นจริงค่ะ จะไม่ฟันธงนะว่ามันดีหรือไม่ดี ไม่งั้นมันจะเป็นการลำเอียงหรือเปล่า เอาเป็นว่าจะเล่าให้ฟังก็แล้วกันค่ะว่ามันเป็นอย่างไร

เอวิเป็นคนที่ชอบกลิ่นส้ม ๆ วันนึงก็นึกถึงเมื่อสิบปีกว่าโน่นเลย ว่ามีอยู่วันหนึ่งเราเคยอาบน้ำในอ่าง มีน้ำมันอาบน้ำกลิ่นส้มอ่อน ๆ หอมมาก นึกถึงครั้งนั้นก็ไม่เคยได้อาบอีกเลย แถมน้ำมันขวดนั้นก็หายไปไหนไม่รู้ ก็เลยนึกอยากอาบน้ำ แบบมีกลิ่นส้มขึ้นมา ทีนี้ก็เลยไปหาดูในเน็ต ว่ามันมีตัวอาบน้ำไหนบ้างที่เป็นกลิ่นส้ม ก็มาเจอกับ ผลิตภัณฑ์ส้มใส

12679179_1112480018803733_1698320496_n

ก็คือมันเป็นสบู่เหลว ไว้อาบน้ำ ราคาขายอยู่ที่ 100 ml 200 บาท ก็ลองดูคนขายอยู่หลายเจ้า ตอนแรกก็ว่าจะลองซื้อดูก่อน แต่พอถามไปถามมา เป็นตัวแทนแล้วเปิดบิลแบบสต๊อกของ มันจะได้ราคาถูกกว่า ก็เลยเอาแบบสต๊อกของดีกว่า เราใช้เองด้วย ขายด้วย เพราะชอบขายของออนไลน์อยู่แล้ว

ฮ่า ฮ่า ได้ของมาเราก็ต้องมาลองก่อนสิคะ อย่ารอช้า

เทียบกับมือ ขวดขนาดนี้

หมุนหัวมันออกมา มีจุกพลาสติกข้างใน

แกะออกมา กลิ่นไม่ส้มจ๋านะคะ กลิ่นอมเปรี้ยวนิด ๆ ไม่ได้เป็นแบบกลิ่นฉุน

ลองเทใส่มือ ส้มใส คือใสจริงๆ

ส่วนเวลาอาบจริง ไม่มีรีวิวนะคะ แฮร่ๆ เวลาอาบจริง ก็จะมีฟองเล็กน้อย เอวิอาบทั้งผิวหน้าและผิวกาย ตอนแรกก็เกรง ๆ ว่ามันจะแรงไปสำหรับหน้าไหมนะ แต่เท่าที่ใช้มา 3-4 เดือนก็ยังไม่เป็นอะไรนะคะ (สรุปคือเราด้านหรือเปล่า) ส่วนเรื่องสิว เอวิเป็นคนไม่มีสิวอยู่แล้วค่ะ เลยบอกเรื่องสิวไม่ได้

**รีวิวต่าง ๆ นี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ผลที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน และความพึงพอใจที่แตกต่างกัน ขอให้ใช้วิจารณญาณในการจับจ่ายนะคะ
ที่มารีวิว ก็เพื่อรวบรวมข้อมูลในสิ่งที่ตัวเองเคยใช้ และแบ่งปันประสบการณ์ค่ะ

สำหรับการหาซื้อ จริง ๆ ตัวแทนในอินเตอร์เน็ตมีเยอะมากเลยค่ะ แต่ถ้าอยากซื้อกับเอวิ สั่งได้ที่ร้าน mhon8831 นะคะ

Chan & Yupa tearoom

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาพูดถึงร้านน่ารัก ๆ อีกร้านนึง ซึ่งมีโอกาสได้รู้จักร้านนี้จากใน bloggang ของคุณ akuchan  ค่ะ ร้านน่ารักเลยทีเดียว เลยต้องหาโอกาสไปลองบ้าง

ชื่อร้าน Chan & Yupa Tearoom  

ออกเสียงว่า ฉันท์ แอนด์ ยุพา ทีรูม

ร้านนี้อยู่ในสุขุมวิทซอย 10 ค่ะ ไม่ลึก หาไม่ยาก จริง ๆ ร้านนี้เอวิไปมาก็นานอยู่ (เป็นทริปเจาะเวลาหาอดีตอีกแล้ว) เรื่องของเรื่องมันเนื่องมาจากคนโสดสองคนมาเจอกัน เหงาซะไม่มี ไปหาอะไรกินกันดีกว่า

ร้านสวยมาก

น่าร๊ากกกก

ยินดีต้อนรับ

ร้านน่ารัก น่านั่งมาก

เชิญโต๊ะ T9 ค่ะ (ดีนะไม่เชิญโต๊ะ T25 ไม่งั้นเต้นตาย)

ดูเมนูกันค่ะ

 

สั่งเป็น afternoon set มาค่ะ สองคนก็ 750 บาท เลือกชาเป็น Marrakesh mint

เตรียมตัว

ดื่มชา มาเป็นกาน้อย ๆ หอมมินท์มาก


รอไม่นาน อาหารก็มา
สามชั้นน่าอร่อย

ชั้นที่หนึ่ง โอยน้ำยายไหย

ชั้นสอง

ชั้นสาม ตามลำดับ

เอแคลร์ใส้ทะลัก


เราสองคนเห็นเซ็ทอาหารมา ร้องถามก่อนเลย ว่าเดี๋ยวไม่อิ่มสั่งตะหากเป็นชิ้น ๆ ได้ไหม พี่เจ้าของร้าน (มาดูแลเองเลยนะ) บอกลองทานก่อน สองคนน่าจะอิ่มนะคะ ซึ่งก็อิ่มจริง ๆ เป็นกล่องเข้าน้อยฯไปได้

แซลม่อนนนนน

อื้อหือ

ช่วงที่ไปเป็นช่วงหลังปีใหม่ บรรยากาศการแต่งร้านก็จะออกคริสต์มาส ปีใหม่สักหน่อย

ทานอิ่ม ถ่ายรูปอิ่มแล้ว มีความสุขมากค่ะ กลับมาแล้วยังอยากไปอีก แต่ไกลบ้านจังเลย ต้องขอบคุณคุณเพื่อนมากค่ะ ที่พาไป วันต่อๆ ไป ไปกินอะไรอีกจะเล่าให้ฟังนะคะ

มารู้จักรถไฟสายยามาโนเตะ (yamanote) ในโตเกียว กัน

รถไฟสาย yamanote (ยามาโนเตะ) เป็นรถไฟที่วิ่งในโตเกียวเป็นวงกลมค่ะ ดำเนินการโดยบริษัท JR East  (สามารถใช้ JR Pass ได้) มีจำนวนสถานีทั้งหมด 29 สถานี วิ่งผ่านสถานีสำคัญๆ หลายที่ และยังเชื่อมกับสถานีใหญ่ ๆ เช่น ชินจูกุ  อุเอโนะ และ ชินากาว่า ด้วยค่ะ ซึ่งรถไฟสาย yamanote นี้มีสัญลักษณ์สีเป็นสีเขียวนะคะ

จะเห็นได้ว่า ที่ป้ายบอกทางสถานีรถไฟ จะมีวงกลมสี ๆ นั่นคือสีของสายรถไฟนะคะ ถ้าเป็น yamanote ก็จะเป็นวงกลมสีเขียว ที่เห็นในรูปวงกลมสีแดง จะบอกว่าเป็น Toei Oedo line เวลาเรารีบ ๆ จะสังเกตสีได้ไวกว่า

yamamap

โดยรถไฟสาย yamanote จะวิ่งผ่านสถานีดังต่อไปนี้ (รายละเอียดแต่ละสถานี จิ้มที่ชื่อสถานีได้เลยนะคะ)

flo Shinagawa เป็นสถานีที่เป็นชุมทางรถไฟหลายสายหลายยี่ห้อ  รวมทั้ง ชินกันเซน (Shinkansen)

flo Ōsaki ที่สถานีนี้มีอีกสองสายรถไฟที่มาเชื่อม คือ Saikyō Line และ Shōnan-Shinjuku Line

flo Gotanda สถานีมีรถไฟผ่านสามสาย คือ yamanote line , Toei Asakusa Line  และ  Tokyu Ikegami Line

flo Meguro สถานีมีรถไฟผ่านสี่สาย คือ yamanote line , Tokyu Meguro Line Tokyo Metro Namboku Line และ Toei Mita Line

flo Ebisu สถานีมีรถไฟผ่านสี่สาย คือ yamanote line Shōnan-Shinjuku Line  Saikyō Line และ Hibiya Line

flo Harajuku ถ้าเป็นรุ่นเดียวๆกับเอวิ (30+) สมัยเด็กต้องเคยอ่านการ์ตูนที่กล่าวถึงฮาราจูกุเป็นแน่ ย่านนี้เป็นย่านวัยรุ่นค่ะ มีของแนว ๆ ขายมากมาย ต่อให้อายุเท่าไหร่ถ้าใจยังเป็นวัยสะรุ่นอยู่พลาดไม่ได้ที่ต้องมา

ปล. ในซอย Takeshita (Takeshita street) มีเครปอร่อยชื่อดัง สุดซอยมีราเม็งเจ้าดัง (แต่เอวิยังไม่เคยชิมนะ)

flo Yoyogi สถานีโยโยหงิ เป็นสถานีในย่านชิบุยา (สามารถเดินจากฮาราจูกุ ผ่าน โยโยหงิ ทะลุชิบุย่าได้ ถ้าเดินไหว แต่ก็ไกลเหมือนกัน) นอกจากสายยามาโนเตะแล้วยังมีสาย Chūō-Sōbu Line และ Toei Ōedo Line ผ่านอีกด้วย

flo Shinjuku เป็นสถานที่ยอดฮิต ซึ่งใครที่มาเยือนโตเกียวแล้วเกือบทุกคนต้องมา เป็นย่านที่ขายสินค้าหลากหลาย เสื้อผ้า อุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ต่างๆ ย่านกลางคืน คาบูกิโช (Kabuki-cho) ก็อยู่ละแวก ชินจูกุ นี้ รวมทั้งเป็นชุมทางรถไฟหลายสาย รวมทั้ง ชินกันเซน(Shinkansen) และโอดาคิว (Odakyu) ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมที่จะหาที่พักในย่านชินจูกุ เพราะสามารถเดินทางโดยรถไฟในแบบต่าง ๆ ได้โดยสะดวก

flo Shin-Ōkubo เป็นย่านไทยสมัยก่อน แต่ตอนนี้กลายเป็นย่านเกาหลีค่ะ มีร้านเกาหลี อาหารเกาหลี เยอะ ถ้าใครมาหาของเกี่ยวกับดาราเกาหลี มาย่านนี้จะมีค่ะ

flo Takadanobaba  สถานีมีรถไฟผ่านสามสาย คือ yamanote line , Seibu Shinjuku Line และ Tokyo Metro Tōzai Line

flo Mejiro สถานีมีรถไฟผ่านสายเดียว คือ yamanote line อยู่ใกล้ Gakushuin University อีกด้วยนะคะ

flo Ikebukuro สถานีมีรถไฟผ่านหลายสาย ทั้ง JR  และ Tokyo Metro สามารถไปห้าง Seibu ได้ที่ทางออก ด้านตะวันออก

flo Ōtsuka สถานีมีรถไฟผ่านสายเดียว คือ yamanote line

flo Sugamo ที่สถานีนี้มีเสื้อผ้าสำหรับผู้สูงวัย ชื่อ Jizō-dōri (地蔵通り เรียกกันเล่น ๆ ว่า ฮาราจูกุวัยทอง  สถานีมีรถไฟผ่านสองสาย คือ yamanote line และ  Toei Mita Line

flo Komagome สถานีมีรถไฟผ่านสองสาย คือ yamanote line และ  Tokyo Metro Namboku Line

flo Tabata สถานีมีรถไฟผ่านสองสาย คือ yamanote line และ Keihin-Tōhoku Line

flo Nishi-Nippori สถานีมีรถไฟผ่านสี่สาย คือ yamanote line , Keihin-Tōhoku Line , Nippori-Toneri Liner และ Tokyo Metro Chiyoda Line

flo Nippori ใครจะซื้อผ้า ของงานฝีมือ ย่านนี้มี แต่จริง ๆ ราคาไม่ถูกนะ เว้นแต่ใครอยากได้ผ้าลายญี่ปุ่น ๆ ไรงี้ค่ะ นอกจากนี้ย่านนี้ยังเป็นชุมทางรถหลายสายอีกด้วย

flo Uguisudani สถานีมีรถไฟผ่านสองสาย คือ yamanote line และ Keihin-Tōhoku Line

flo Ueno เป็นอีกสถานียอดนิยม ทีหลายคนมักไปเยือน โดยมักต่อสายรถไฟที่จะไป หรือมาจาก สนามบิน โดย  Keisei Line  (Skyliner) หรือไปช้อปปิ้ง ตลาด อาเมโยโกะ (Ameyoko cho) รวมทั้งเดินไปอีกหน่อยก้ไปทะลุย่าน อาซากุสะ หรือย่าน กัปปะบาชิ (Kappa bashi) ที่ขายอุปกรณ์เครื่องครัว

flo Okachimachi สถานีมีรถไฟผ่านสองสาย คือ yamanote line และ Keihin-Tōhoku Line ซึ่งสถานีนี้สามารถทะลุไปออกกลาง ตลาด อาเมโยโกะ (Ameyoko cho)  ได้เลย

flo Akihabara ย่านอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เกมส์ต่าง ๆ ใครชอบคีบตุีกตาที่นี่มีเพียบ

flo Kanda สถานีมีรถไฟผ่านสี่สาย คือ yamanote line , Keihin-Tōhoku Line , Chūō Line (Rapid) และ Tokyo Metro Ginza Line

flo Tokyo สถานีเก่าแก่สวยงามอายุร่วมร้อยปี และสามารถไปยังพระราชวังอิมพีเรียลได้

flo Yūrakuchō สถานีมีรถไฟผ่านสามสาย คือ yamanote line , Keihin-Tōhoku Line และ  Tokyo Metro Yurakucho Line subway

flo Shimbashi สถานีนี้สามารถไปโอไดบะ (Odaiba) ได้ โดยเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย yurikamome ซึ่งเป็นรถไฟที่ไม่มีคนขับนะคะ

flo Hamamatsuchō สถานีมีรถไฟผ่านสามสาย คือ yamanote line , Keihin-Tōhoku Line และ Tokyo Monorail Haneda Airport Line ที่วิ่งผ่านสนามบินฮาเนดะ

flo Tamachi สถานีมีรถไฟผ่านสองสาย คือ yamanote line และ Keihin-Tōhoku Line โดยในละแวกสถานีนี้จะเป็นย่านโรงงาน

flo และ Shinagawa เป็นสถานีที่มาบรรจบเป็นวงกลม
หวังว่าบล๊อกนี้จะเป็นแนวทางมากไม่มากก็น้อยในการเที่ยวญี่ปุ่นนะคะ ถ้าสงสัยถามอะไร สามารถถามได้นะคะ จะพยามตอบเท่าที่ตอบได้ ตามประสาคนชอบเที่ยวญี่ปุ่นจ้า

Smiley สอบถามHoneynutเพิ่ม บางคนถามไปที่เพจ มันไม่เด้งโชว์เลยค่ะ ส่งมาที่ หลังไมค์ หรือที่เฟส จะง่ายกว่านะคะ

 

อ่านแล้วชอบ กดตรงกำลังใจ ให้ด้วยนะคะ จะมีโฆษณาขึ้นมา


ขอบคุณค่ะ

แมวเข้าบ้าน !! แมวใครกันนะ

น้องเป็นผู้หญิงค่ะ ณ จุดนี้

อยู่ดี ๆ นางก็เดินเข้าบ้านมา เดี๋ยวนะ อันนี้ไม่ใช่บ้านแกนะ เดินมาหาร้องเมี๊ยว ๆ ด้วย ไป ๆ มา ๆ ล้มแผละ

อ้าว ถ่ายวีดีโอสิคะ รออะไร

ภาพถ่ายจากผู้ชายคนหนึ่ง ตอนที่ 2 เมืองไทย

ความเดิมจากตอนที่แล้วฉันได้รู้จักผู้ชายชาวปากีสถานคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตอยู่ในหลายประเทศ และนี่คือภาพถ่ายธรรมดา ๆ กล้องธรรมดาที่คนทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน กล้องมือถือบ้างอะไรบ้าง ที่อาจเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านสายตาผู้ชายคนหนึ่งได้ไม่มากก็น้อยค่ะ
(ทุกภาพถ่ายได้รับการอนุญาตจากเขาแล้ว)

ในตอนที่ 2 นี้เป็นภาพในประเทศไทยล้วน ๆ นะคะ

ดอกทานตะวันที่ไหนสักแห่ง

IMG_1255

แมวแม่ลูกข้างทาง น่าจะมีเจ้าของ เพราะมีปลอก

IMG_1269

ทะเลสวยที่ไหนกันนะ

IMG_1277

สุดตรงนี้แล้วไปไหนต่อ

IMG_1284

ดอกไม้ที่ชายหาด

IMG_1301

ผลไม้ไทย

IMG_1304

ปลาที่ตกได้ (ตัวอย่างใหญ่ ป๊าดดดดด)

ภาพถ่ายจากผู้ชายคนหนึ่ง ตอนที่ 1 ทำอาหาร

ฉันได้รู้จักผู้ชายชาวปากีสถานคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตอยู่ในหลายประเทศ และนี่คือภาพถ่ายธรรมดา ๆ ที่อาจเล่าเรื่องราวได้ไม่มากก็น้อยจากเขาค่ะ
(ทุกภาพถ่ายได้รับการอนุญาตจากเขาแล้ว)

เขาเตรียมทำอาหารอะไรสักอย่าง ที่ต้องใส่มะเขือเทศ และมะนาวฝานบาง

 

IMG_1030

เจียวหอม

เปิดมีดดดดดดดดดดดดดด เอ๊ย! เปิด หม้ออออออออออออ

เอาข้าวลงก่อน ตามด้วยมะเขือเทศ มะนาว

อันนี้คืออะไรสักอย่าง Corn vinegar? ใส่เข้าไปด้วย ปรุงรส (มืออิชั้นเอง นางแบบ)

ใส่เนื้อสัตว์ที่คั่วพอสุก แล้วปิดด้วยข้าว (ที่หุงแล้ว)

ผ่านไปชั่วโมงครึ่ง คลุกค่ะ

จัดใส่จานแล้วก็จะเป็นแบบนี้………….

IMG_1049 (2)

ข้าว Briyani เขาทำเอง ข้าว Briyani ก็คือข้าวหมกนั่นแหละค่ะ ถ้าใส่ไก่ ก็ข้าวหมกไก่ ถ้าใส่เนื้อก็ข้าวหมกเนื้อ แต่คนปากีทำ จะออกมันกว่า ข้าวที่ใช้จะเป็นข้าว Basmatic ซึ่งมีลักษณะเรียวยาวกว่าข้าวไทย

ไม่สงสัยแล้วหละว่าทำไมถึงเรียกข้าวหมกไก่ ก็หมกกันเป็นชั่วโมงขนาดนั้น

ในตอนต่อไปก็จะเป็นภาพต่าง ๆ จะมาเล่าให้ฟังต่อนะคะ