Have time?


ขอบคุณ นาฬิกา สวย ๆ จาก


แวะไปที่เพจเฟซบุ๊คได้นะคะ
Honeynut House

อื่น ๆ
Auto Backlinks

ทริปอดีต(s.3) สองสาวเดี่ยวเที่ยว JaPan ตอน 3. ไปฮาราจูกุ และ ไปซื้อผ้าย่านนิปโปริ

 

ความเดิมตอนที่แล้ว สองสาวเดี่ยวเที่ยว JaPan หวัดดีโตเกียว โอโคโนมิยากิ คาบูกิโช กดอ่านจ้ะ 

ตื่นเช้าขึ้นมาอากาศสดใส แดดแรง ไม่หนาว (ลืมบอกว่าวันแรกมาประมาณ 2 องศา) วันนี้น่าจะราว ๆ 8-10 องศา

ก่อนออกปฏิบัติการ อาหารเช้ากันก่อนเลย นั่นคือมาม่าไทย ซองละ 6 บาท

แม่เจ้าประคุณคุณเพื่อนตื่นซะ 9 โมง มาม่าอืดแล้วววว

เรา : มากินเร็วๆๆๆๆ มาม่าอืดแล้ว

เพื่อน : งึม ๆ อืมๆ

เรา : เร็วเด้

เพื่อน : ห้านาที

เราจึงเดินจากไป ไปดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นก็ได้

ที่ห้องนั่งเล่น จะมีครัว มีตู้เย็น ทุกคนแช่ของในตู้เย็นได้ แต่ต้องเขียนชื่อ ทางที่พักจะเคลียร์ของทุกวันพฤหัส เพราะงั้นจะกินอะไรต้องคิดก่อน

ที่ห้องนั่งเล่น มีทีวีหนึ่งเครื่อง ก็มีนักท่องเที่ยวมานั่งดูทีวีบ้าง ชาร์ตแบต อุปกรณ์ต่าง ๆ บ้าง บางคนก็จัดของเพราะว่า จัดในห้องอาจจะมีคนนอน มันจะดังกวนเขา

นี่คือห้องนั่งเล่นค่ะ

และแล้วแม่คุณก็เสร็จพิธีการ มานั่งชาร์ตแบตไอโฟน (แต่ที่ชาร์ต กรูววววว)

ยังค่ะ ชียังไม่เริ่มกินมาม่า มัวแต่เล่นไอโฟนนนน

ระหว่างนี้เราเริ่มไปเจ๊าะแจ๊ะกะชาวบ้าน ด้วยภาษาอังกฤษระดับโทเฟลยังอาย (พูดกะเพื่อนยังรู้บ้างไม่รู้บ้างเลย)

ได้เพื่อนมาคน คนเยอรมัน ชื่อลีเดียค่า

หลังจากเสร็จพิธีการทั้งปวงของคุณเพื่อนแล้ว เป็นอันว่าเที่ยงแล้วค่ะ ถูกค่ะ ไม่ได้อ่านผิดค่ะ เที่ยงค่ะ

เรา : เที่ยงแล้วจะไปไหนบอกมา

เพื่อน : ไม่รู้ดี้ (นิ้วจิ้มไอโฟน)

เรา : เฮ้ย เที่ยงแล้ว Smiley

เพื่อน : อืมมมม์ เอวิพาไปแล้วกัน

เอางั้นเรอะ เอาไงเอากัน พามันไปฮาราจูกุดีกว่า เห็นบ่นหลายรอบ วันนี้เป็นวันศุกร์ค่ะ บอกเพื่อนไปแล้วว่าจะไปดูคอสเพลยื ต้องวันอาทิตย์ แต่วันนี้พาไปดูของก่อน เผื่ออยากได้อะไรจะได้คิด เพื่อนเลยโอเคๆๆๆ อะไรก็ได้ตามใจเอวี๊ี…(กรูว์ทั้งปี)

ถ่ายรูปหน้าเกสเฮ้าส์กันดีกว่าค่ะ เป็นที่ระทึกเนอะ หากคุณหนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บบังเอิญได้มาอ่าน เว้นป้าไว้สักคนนะคะ
คอสตูมเริ่ด คิดได้ไงน่ะ เสื้อยีนส์กะกางเกงดำ กว่าจะคิดได้ก็อยู่ในรถไฟแระ เฮ้อ

jap1073

คุณเพื่อน

พูดถึงคอสตูม เพื่อนทักหลังจากเห็นรูป บอกว่า เห็นใส่เสื้อบางไหนบอกว่าหนาว ๆ ใส่เสื้อคลุมตัวเดียว อ้าววว ใส่เยอะก็อ้วนกว่านี้อีกดิ เคล็ดลับมีดังนี้

เรียงตามลำดับ

– ยกทรง กางเกงในตามปกติ (ใครไม่นิยมข้ามขั้นตอนนี้ไป)

– เสื้อกล้าม กางเกงแอโรบิค

– เสื้อปกติ กางเกงเลคกิ้ง

– เสื้อคลุม กางเกงปกติ ถุงเท้า

รวมสี่ชั้น จัดไป

การเดินทางวันนี้ จากเกสท์เฮ้าส์ย่าน minova ขึ้นรถไฟสาย Hibiya ไปที่สถานี ueno สาย hibiya เป็นใต้ดินนะคะ JR PASS ใช้ไม่ได้ มาเริ่มใช้บัตรที่สถานี ueno เพราะเราจะขึ้น yamanote line (เป็น JR)

ง่าย ๆ

minova —– > ueno โดย Hibiya line (จ่ายเงิน)

ueno —– > Harajuku โดย Yamanote line (JR PASS)

แล้วเราก็มาถึงย่านช้อปปิ้งฮาราจูกุ นั่นคือ ถนน takeshita (takeshita dori)

ตามมา ๆ เมี๊ยว ๆ ทำท่าตามแมวข้างล่างนี่เลย

ช้อปร้านโปรด มัตซิโมโต้ คิโยชิ

ร้านสวยงามเยอะแยะเลยค่ะ

เดิน ๆ อยู่ หิวอย่างแรง คุณเพื่อนยังไม่มีทีท่าจะหิว เลยขอกินก่อนเหอะวะ แกไปเดินก่อน

780 เยน ได้ข้าวราดหน้าเนื้อสับ (เนื้อเอาไปคลุกแป้งก่อนทอด) พร้อมด้วยไข่ลวก หนึ่งฟอง ห้ามคิดเป็นเงินไทย จะหัวใจวายตายได้

ร้านนี้อยู่ในซอกถนน ทาเคชิตะเลยค่ะ เป็นร้านสปาเก๊ตตี้ อาหารฝรั่ง ค้นพบเพราะมีคนยืนโฆษณาเมนู กลางถนนกันเลย

780 เยน รวมน้ำอีก 200 เยนค่ะ นั่นคือน้ำชาที่เห็น ถ้าน้ำเปล่าฟรีค่ะ (ตอนแรกไม่เห็นน้ำเลยสั่งมา) ร้านนี้คนทานเยอะ เพราะราคาไม่แพง

ไล่เพื่อนไปเดินก่อน เรานั่งกินอยู่คนเดียว (เพื่อนประหยัดมากค่ะ ไม่ค่อยกินอะไร ชวนก็ไม่กิน) ขณะนั่งทานมีคนเข้าร้านเรื่อย ๆ โต๊ะเต็มตลอด เจ้าของร้านพูดภาษาอังกฤษได้ดีเชียวค่ะ

ไม่นานเพื่อนก็กลับมา เราเสร็จพอดี

ก็เดินช้อปกันอีกเล็กน้อย เธอเล่าว่าตอนเรากินข้าว ไปถูกใจกระโปรงสไตล์คอสเพลย์มาก จับแล้วจับอีก ราคา 17000 เยน 

เห็นว่ามันแพงเลยไม่ซื้อ (จับคู่ได้ถูกจริง ๆ งกทั้งคู่)

ไหน ๆ มาฮาราจูกุแล้วถ่ายรูปกันหน่อยค่ะ

สถานีรถไฟฮาราจูกุ (ปี 2022 สร้างใหม่นะคะ แบบดั้งเดิมนี้ไม่มีแล้ว)

ฮาราจูกุเป็นสถานีเล็ก ๆ มีสาย Yamanote line ผ่านสายเดียวนะคะ (มีใต้ดินด้วย แต่ไม่ใช่ JR) รูปแบบสถานีเป็นแบบดั้งเดิม

ด้านใน

เดินกันเหนื่อย บ่ายสี่พอดี

เราเคยอ่านรีวิวในพันทิพนี่แหละ เขาไปซื้อผ้าสวย ๆ กันย่านนิปโปริ อยากไปจัง แถมรถไฟก็ผ่านเสียด้วย เลยบอกเพื่อนไปนิปโปริกันนะ เธอโอเค เพราะไม่มีแผนอะไร

นั่งรถ yamanote line ไปสถานี นิปโปริเลย (ใช้ JR)

ท๊า ดา…………

เงียบ…………

และ

เงียบ…………..

มีคนเดินพอให้รู้ว่าเป็นเมือง

(มารู้ทีหลังจากพี่ชายว่า มันเป็นท่ารถ มีชุมสายรถเยอะ แต่ไม่มีอะไรให้เที่ยว)

มีอนุสาวรีย์อันนึง (ชื่นใจยัง)

มาชมเมืองกันนะคะ เงียบ ๆ นะคะ เดี๋ยวชาวเมืองตกใจ

ในที่สุดก็เดินไปถึงร้านที่มีตรามะเขือเทศ ร้านนี้ยอดฮิตจริง ๆ ค่ะ ได้ผ้ามา 1 เมตร 590 เยน (ฮือออ คราวหน้าจะไปซื้อสำเพ็งงงงง)

เดินกลับมา หนาวอีกแล้ว เกือบหกโมงเย็นแล้วด้วย คุณเพื่อนสาว กรี๊ดแตก เมื่อเห็นสิ่งนี้

“ว๊าย ๆ ได้ข่าวว่าอร่อยมากน๊า เนี่ย ๆ มีที่ญี่ปุ่นที่เดียว”

(เมืองไทยก็มี ก่อนมายังกินอยู่เลย” มันคิดว่าตูขี่ช้างไปทำงานป่าววะเนี่ย)

มา ๆ มาดูกระดาษปูโต๊ะก่อน

บรรยากาศในร้านค่ะ

เบอร์เกอร์มาแล้ว บิให้ดูนะ

เราสั่งชาเขียวมัตชามากินค่ะ อย่างที่เคยบอก (ในตอนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งก่อน ๆ อ่ะบอกใหม่ก็ได้) ว่า ชาเขียวที่นี่จืดสนิท อยากหวาน เติมน้ำตาลกันเอาเอง ทั้งหมด 630 เยนค่ะ

เมื่ออิ่ม เราเดินทางจาก นิปโปริ กลับ minova โดย Hibiya line (เสียตังค์ 160 เยน)

ตอนต่อไป Kichijōji เที่ยว Inokashira Park น้องเหมียว Mellow Cafe กินท้องแตก Nakano

 รออ่านตอนต่อไปค่ะ

 

ทริปอดีต(s.3) สองสาวเดี่ยวเที่ยว JaPan ตอน 2. สวัสดีโตเกียว สวัสดีโอโคโนมิยากิ เดินคาบูกิโช

 

ความเดิมตอนที่แล้ว อีกนั่นแหละ กดอ่านจ้ะ 

เครื่องบินลำนี้ค่ะที่จะพาเราไปด้วยกัน

1520838718

ห้าทุ่ม เรียกขึ้นเครื่อง เดินงามสง่าดุจราชินี (ช้าง) ขึ้นทีหลังเขาอีกตามเคย
ได้ที่นั่งแถว 20 กว่า ๆ K คือริมหน้าต่าง

เครื่องนี้เป็นเครื่องใหญ่ นั่งแบบ 2-5-2 คนเต็มเครื่องทีเดียว อย่างว่า ช่วงมีนา เมษา ญี่ปุ่นเนี่ยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต (มารู้ทีหลังว่า ส่วนใหญ่เขาไปเล่นสกีกัน อาจอยู่ยาวยันซากุระเลย เราว่าเรารีบมาก่อนซากุระบานแล้วนะ)

ได้ที่นั่ง พร้อมหมอน แน่นอน ได้เวลานอนแล้ว

jap1029

คร่อก

แอ๊…. นอนไม่หลับอ่าาาา

คร่อก

อ้าวเขาเปิดไฟแล้ว สรุป หลับ ๆ ตื่น ๆ เปิดไฟตอนตีห้าญี่ปุ่น (หมายความว่าตีสามไทย)

ลูกไก่ทั้งหลาย เปิดไฟแล้ว กินข้าวได้…..

…เงียบ…. (กินอยู่อย่ายุ่ง)

กินเสร็จ มาดูวิวกันดีกว่าเนอะ

พระอาทิตย์เริ่มขึ้น หน้าจอบอกอุณหภูมิภายนอก ลบห้าสิบกว่า (แม่พระ!) สังเกตดูที่เป็นจ้ำ ๆ ที่รูปนั่นเกล็ดน้ำแข็งนะคะ เกิดมาไม่เคยเห็นหิมะ แค่นี้ก็ดีใจจะแย่

แล้วเราก็ถึงนาริตะโดยสวัสดิภาพ เวลา 7.30 ประมาณนั้น

และต้องโดยสารรถไฟ เพื่อไปยัง terminal หลักเพื่อเข้าเมืองค่ะ
เอาล่ะสิ ผู้หญิงคนเดียวอีกแล้ว กูจะรอดไหมเนี่ย ยิ่งช่วงนี้มีข่าวหญิงไทยยังไงอยู่ แถมเป็น passport เล่มใหม่อีก

ตรง ตม. เลือกต่อแถวผู้หญิงค่ะ แน่นอนถูกถามว่ามาคนเดียวเหรอ เลยตอบไปว่านัดเพื่อนไว้มาจากอีกประเทศนึง

อีกด่าน ศุลกากร ยังนึกถึงตอนปี 49 ได้ คุยอย่างเยอะ

“ทำไมคนไทยมาจากมาเลย์” ถามอะไรถามไป อย่าเปิดกระเป๋ากูนะ กูมีมะม่วงนะ Smiley

“ไฟลท์เต็มเลยต้องมาจากมาเลย์ เนี่ยนะโอ๊ยยย อยากมาจะแย่ กลัวไม่ได้มา พักร้อนสิบกว่าวัน บลา ๆ ” พูดให้เร็วเข้าไว้ รัว ๆ ไว้ ชวนคุยเลย งงดิ ปล่อยมาเลย (เกือบจะเฉาะมะม่วงให้กินอยู่แระ)

เสร็จกระบวนการทั้งสิ้น รับกระเป๋า ออกมานั่งรอ แปดโมงครึ่ง คุณเพื่อนมาสิบเอ็ดโมงครึ่ง แปลว่ากรูต้องรอ สามชั่วโมง

หาที่นั่งดีกว่า

ที่นั่งของ terminal 2 ถูกออกแบบมาอย่างดี จัดให้อยู่ใกล้บริเวณประตูอัตโนมัติ
ทำให้ประตูเปิดทีไร หนาวชิกไห เลย Smiley

ตอนนี้ยังอิ่มอยู่ แต่คิดว่าควรจะจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเพื่อนจะมา จะได้ออกลุยกันต่อ

กดน้ำมา ร้อยเยน น้ำวิตามินอะไรสักอย่าง
มื้อแรกที่เจแปนกันทีเดียว

เรียบร้อยแล้วหามุม หลับทันทีค่ะ
…..
…..
…..

ตื่นมา สิบโมงครึ่ง อีกตั้งชั่วโมงกว่าเพื่อนจะมา
ดูทีวี CNN เหอะ ๆ ไม่รู้เรื่อง

หลับต่อ

…..
…..
…..

ตื่นมา 11 โมง ได้ยินประกาศว่าเครื่องจากศรีลังกามาแล้ว (เพื่อนต่อเครื่องจากอังกฤษมาศรีลังกาแล้วมาญี่ปุ่น) เราก็เฝ้ารอสาวผมแดงที่เราเคยเห็นหน้าจากใน facebook อย่างใจจดใจจ่อ

แล้วเธอก็มา

เจอกันก็หาทางเข้าโตเกียวกันเลยค่ะ ที่พักที่จองไว้อยู่ย่านสถานี minova
เราสองคนมี JR Pass นะคะ เปิดวันนี้วันแรก เพราะค่าตั๋วเข้าโตเกียวแพงอยู่
ดังนั้น 7 วัน จะใช้ตั้งแต่วันที่ 11-17 นะคะ

ที่เคาน์เตอร์เปิดใช้ JR pass สาวคนนี้บริการเราอย่างเต็มใจเชียวค่ะ


เคาน์เตอร์อยู่ชั้นใต้ดินของ terminal 2 นะคะ เสร็จแล้วเดินมาอีกนิดเดียวก็ชานชาลา NEX แล้วค่ะ (JR PASS ใช้ NEX- Narita express ได้ฟรีนะคะ)

อันนี้ถ่ายจากด้านล่างนะคะ

ระหว่างรอรถไฟ ถ่ายรูปกันเร้ว…


ตาเป็นหมีแพนด้าทีเดียว

รถไฟมาแล้ว

ภายในเหมือนเครื่องบินเลยเนอะ

ถ่ายในรถไฟค่ะ

คุยไป งีบไป ราว ๆ ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงโตเกียวแล้วจ้า

ที่สถานีรถไฟโตเกียว

ที่เห็นคือ yamanote line ที่จะใช้เดินทางไปมาบ่อย ๆ นะคะ สายโปรดเลยแหละ

ต่อจาก โตเกียว ไป ueno จาก ueno ไป minova โดยรถไฟสาย hibiya line
ค่าตั๋ว 160 เยน

โผล่มาถึง minova จนได้ค่ะ ตามเว็บไซต์ทางไปเกสเฮ้าส์ บอก 5 นาที แต่แม่เจ้าาาา
มันคือ 5 แยกไฟแดงงงงงง……….

ลากกระเป๋า ขึ้นลงสะพานลอย กระได อะไรหลายอย่าง กว่าจะถึง แม่เจ้า บ่ายสามมมมม

นี่คือด้านหน้า Tokyo bAkpAk Hostel

เช็คอิน และจ่ายเงินเพิ่มจากที่มัดจำไว้ค่ะ เราก็ได้เตียง ใช่ค่ะ ได้แค่เตียงค่ะ ราคาประมาณ 700 บาทต่อคืน (แพงเนอะ) เรานอนเตียงกลาง ที่มีผ้าเขียว ๆ อ่ะ

ห้องนึงมี 10 เตียงเป็นแบบ mix dorm คือรวมชายหญิง โชคดีช่วงที่เราไป ผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ แต่เตียงตรงข้ามเป็นผู้ชาย ถุงเท้าเหม็นมาก  วางไว้ท้ายเตียง

เช่าตู้เก็บของ คืนละร้อยเยน

เก็บของกันเสร็จ เราจะออกไปหาพี่ชายค่ะ คุณเพื่อนคนนี้ แพ้อาหารทะเล (แล้วมึงมาญี่ปุ่นเนี่ยนะ) เราจะไปกินโอโคโนมิยากิ กันค่ะ

ต้องไปหาพี่ที่บ้านที่โอคุโบะ ชินจูกุ ก่อน ระหว่างทาง มีสวนสัตว์ขนาดเล็ก แวะไปดูกันค่ะ

แล้วเราก็มุ่งหน้าไปร้านโอโคโนมิยากิ ย่านโอคุโบะกันค่ะ

ที่ร้าน

(เพื่อนคนนี้ติดโค้กมากเลยค่ะ ไปไหนก็ดื่มตลอด น้ำเปล่าไม่ต้อง)

ร้านนี้จะทำเอง หรือให้เจ้าของร้านทำให้ก็ได้นะคะ
แต่ทำเองมันส์กว่า

น่ากินเนอะ
กินเสร็จเราไป คาบูกิโชกันค่ะ

ย่าน host club   ไป ๆ ไปกัน 118

คลับทอมบอยก็มีนะ

ดาวเด่น

ไม่มีตังค์เข้าหรอกค่ะ (ไม่ใช่ไม่อยาก แหม…..) เสร็จแล้วเราก็เดินชมเมืองชินจูกุเล็กน้อยก่อนกลับเกสท์เฮ้าส์นะคะ

ร้านขายขนมเค้ก สวยเชียวและร้านดอกไม้น่ารัก

แล้วคอยอ่านตอนต่อไปนะคะ

สองสาวเดี่ยวเที่ยว JaPan ฮาราจูกุ นิปโปริ

 

ทริปอดีต(s.3) สองสาวเดี่ยวเที่ยว JaPan ตอน 1. ขั้นเตรียมตัว

 

รวมที่พักสำหรับนักเดินทางเดี่ยว โลเคชั่นเยี่ยม ที่โตเกียว
Live on page เล่าเรื่องเที่ยว : ย่านAsakusa
บล๊อกเก่าเล่าใหม่ Smiley จะไป New york บอกหนูที

ความเดิมตอนที่แล้ว ที่นานมาแล้วมั่กๆ  กดอ่านจ้ะ 

เอาล่ะ มาถึงวันเดินทางแล้วค่า

เตรียมตัวตั้งแต่เช้า เครื่องจะออกจากสุวรรณภูมิ 17 น. คิดดูแล้ว ต้องออกจากบ้านย่านรามอินทราราวบ่ายโมงแจ่มสุด รีบเช็คอินแล้วเข้าไปช้อป ดิวตี้ฟรี อิอิ

ช่วยกันจัดของ แม่ให้เอาของฝากไปให้ พี่ด้วย นั่นคือ มะม่วงที่บ้านนั่นเอ๊งงงง

แพคกระเป๋าเสร็จ กินข้าวเสร็จ จะไปบ๊ายบายแม่ซะหน่อย แม่ตะโกนออกมาจากห้องน้ำว่า
“ไปเห๊อะ”

พ่อของดิฉันซึ่งรักลูกสาวมาก ได้ขับรถมาส่งอย่างเป็นห่วง แค่ “หน้าปากซอย”
ถ้ากระเป๋าเล็กคงให้นั่งมอไซค์ออกมาเอง

เหมือนตอนไปเที่ยวสิงคโปร์ไม่มีผิด

เรายืนรอรถ 554 อยู่ที่ป่ายรถเมล์ไม่นาน ก็เห็นสีเหลืองรำไร โน่น มาโน่นแล้ว
อ้าวๆๆๆๆ ออกเลนนอกแล่นผ่านไปเฉยเลย

ขณะนั้นเวลา บ่ายโมง

บ่ายโมงครึ่ง มาอีกคัน แทบจะออกไปกราบ ให้จอดรับที

คันนี้ไม่ลีลา จอดนิ่งสนิทแทบไม่ต้องก้าวกันเลย

นั่งบนรถแอร์เย็นดีเนอะ

และแล้วก็ถึงสุวรรณภูมิ

ที่สุวรรณภูมิ เขาจัดให้มีดนตรีไทยมาเล่นด้วย ประทับใจจัง

jap1005_2

มาดูตารางบินกันเลย

อย่างที่บอกว่าไปมาเลเชีย แอร์ไลน์นะคะ
ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่มาเลย์ ขึ้นครื่องที่มาเลย์ตอนสี่ทุ่ม(มาเลย์) เพื่อไปนาริตะ

ไป ๆ check in กัน ที่แถว M นะคะ

คนตรึมเลย

ได้ตั๋วมาแล้ววว

เกท G1

เนื่องจากเป็นไฟลท์ร่วมกับการบินไทยนะคะ เลยมีสัญลักษณ์ของการบินไทยด้วย

อ่ะผ่าน ตม. เข้าไปเลย

ผ่านขั้นตอนแล้วก็เข้ามาถึงข้างในเลยค่ะ

อ่ะมาต่อ ไปหน้าเกทกันได้แล้ว เตรียมบิน พึ่บๆ  (แหม โล่งไม่มีคนเลย)

ช้าก่อนค่ะ คุณผู้ชม ยังบินไม่ได้ค่ะ ยังไม่ได้เดินดิวตี้ฟรีเลยอ่ะ

แต่สาเหตุที่ดิฉันต้องเดินไปถึงหน้าเก ทก่อน เพราะเราเป็นประเภทป้ำ ๆ เป๋อ ๆ หลงทางซะงั้น เลยเอาชัวร์ไว้ก่อน รู้พิกัดที่ตั้งแล้ว ออกทะเล….เอ๊ย… ออกช้อปได้

แล้วก็จบการช้อปปิ้ง แบบไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเนื่องจาก แลกเป็นเงินเยนไปหมดแล้ว จะเอามาใช้ก็กลัวไม่พอ เงินบาทมี 500 เอาไว้ตอนกลับบ้าน กินขนมไรงี้

แลก เงินตอนนั้นเรทแพงค่ะ 39 บาท ประมาณนั้น

แวะชมวิวซักหน่อย ถ่ายมุมห้องน้ำหน้าเกท (ไม่ต้องบอกก็ได้) 

ลำนี้ค่ะ ที่จะพาเราไป
ไปด้วยกันนะ

สี่โมงครึ่งกว่า ๆ เขาก็เรียกขึ้นเครื่อง คนมีศักดินาอย่างเดี๊ยนก็ต้องได้ขึ้นทีหลังอยู่แล้ว เพราะซื้อตั๋วแบบ economy class (มีราคาถูกกว่านี้อีกไหมล่ะ ยืนไปก็ไปได้นะ)

ขึ้น เครื่องมา ถ้าจำไม่ผิดที่นั่งแบบ 2-3-2 เราอยู่ริมกระจกขวา ลงนั่งก้อปรากฏว่า

ติดพุง….. 

คิดเข้าข้างตัวเองว่าฝรั่งยังงนั่งได้ ทำไมเราจะนั่งไม่ได้ หยิบเข็มขัดมาคาด แม่เจ้า…
สุดสายป่านกันเลยที เดียว (ดีนะยังคาดได้ ไม่งั้นอายเขาตาย)

เอาล่ะ เครื่องเคลื่อนแล้ว สจ๊วดหน้าตาดีเดินผ่านไป เอี้ยวกันจนคอแทบเคล็ด
สายการบินนี้ มีหนุ่มเข้ม ๆ ให้ดูเยอะ โดยเฉพาะสจ๊วตหล่อเชื้อสายอินเดียคมเข้มสะอาดสะอ้านเดินผ่านไปผ่านมา เอ๊ววววว… อ้าว กลับมาเรื่องเที่ยวต่อ

มาชมวิวกันนะคะ

ตรงนี้เหมือนปุยนุ่น สายไหม น่ากินนนน

อยากออกไปกลิ้งเล่น

ของกินมาแระมาในกล่องกระดาษ อ๊ะ ๆ อย่าดูถูก

อีกเหตุผลนึงที่เราชอบต่อเครื่องก็คือ มันจะได้กินสองรอบค่ะ Smiley
ถ้าบินตรง ออกดึก กินรอบเดียว (ไม่น่าแปลกใจเลยใช่มะ ทำไมนั่งไม่ได้)

อาหารรสชาติใช้ได้ และจากประสบการณ์การนั่งเครื่องบินที่มีน้อยครั้งและภาษาอังกฤษแบบพื้นบ้าน ทำให้ต้องตั้งใจฟังตั้งแต่แอร์ถามแถวหลังว่าจะกินอะไร เพราะถึงเราเดี๋ยวฟังไม่ออกอีก ก็เลยได้ไอ้รูปข้างบนมาค่ะ

(รู้สึกจะ ให้เลือก ปลา กับเนื้อ เย็นแล้วเลยเอาปลาดีกว่า ไม่อยากกินหนัก)

นั่งมองสจ๊วตหนุ่มหล่อเดินไปมา ไม่นานก็มาถึง กัวลาลัมเปอร์
เวลาขณะนั้น สองทุ่มจ้าาาา

ด้วยประสบการณ์อันช่ำชองอีกนั่นแหละ บอกให้ เดินตามชาวบ้านไปโลดดด 

ของเราต้องไปต่อเครื่องที่เกท C ค่ะ
แล้วมันไปยัง ไงกันวะคะเนี่ย

อ้อ…. ต้องนั่งรถไฟต่อไป อ่ะตามมา
(ดีนะที่ เครื่องออกห้าทุ่ม มีเวลาเฟอะฟะ เหลือเฟือ เหอ เหอ)

มาถูกทางแล้ว

แวะฉี่ก่อน เดี๋ยวอีกหลายชั่วโมง

ในที่สุดก็มาถึงหน้าเกท

ไม่มีคนเลยค่ะ มีแต่กลุ่มที่ขึ้นเครื่องมาจากสุวรรณภูมิด้วยกัน เป็นฝรั่ง 2-3 คน
กว่า เครื่องจะออกก็ห้าทุ่ม โอ้เอ้ อยู่สามทุ่มกว่า โทรหาแม่ดีกว่า

แต่

ว่า

โทรศัพท์ ที่เปิดโรมมิ่งไว้จับสัญญาณโทรศัพท์เจ้าไหนไม่ได้ทั้งสิ้น เอาไงดีวะเนี่ย

เดิน หาโทรศัพท์หยอดเหรียญ แอ๊ ที่นี่มาเลย์นะ จะเอาเหรียญอะไรหยอด อ้อ… มีช่องบัตรเครดิตด้วย

บ้า… คนโลว์เทคอย่างเราไม่เอาด้วยหรอก ว่าแล้วควักไอโฟนขึ้นมา บอกเพื่อนให้โทรไปบอกแม่ดีกว่า

เหอะ ๆ ไม่มีอินเตอร์เน็ตให้จับแถวนี้เล้ยยยยย มีของสนามบิน ติด ๆ ดับๆ

จำ ได้ มีคนเคยบอกว่า starbuck มีเน็ตให้จับฟรี มาค่ะ เดินหา starbuck กัน

เจอแล้ว….

ที่อาคารนี้มี starbuck อยู่ตรงชั้นลอย จะไปจับสัญญาณเฉย ๆ ก็กะไรอยู่ กินกาแฟดีกว่าเนอะ

เอ่อ ไม่มีตังค์….

ในที่สุดก็ยอมใช้บัตรเครดิตจนได้ ตกราคาแก้วละ 14RM (140 บาท)

ขอบอกว่าอร่อยจริง ๆ นะ ตอนสั่งก็สั่ง tea latte อะไรสักอย่าง บวก vanilla
หลังจากกลับจากญี่ปุ่นมา ที่ไทยมีแบบนี้ไปสั่งอีก ไม่เหมือนกันนะ แต่จำไม่ได้ว่าสั่งอะไร เพราะภาษาอังกฤษง่อยเปลี้ย ชี้ ๆ เอา

เอาล่ะ พอจับสัญญาณได้ ก็บอกเพื่อนที่ออนไลน์อยู่ให้โทรไปที่บ้านทีไม่ต้องเป็นห่วงว่าตอนนี้ถึงมา เลย์แล้ว พอภาระกิจเรียบร้อยแล้วก็มานั่งเหงา ๆ

เดินชมสินค้า (ไม่มีตังค์ซื้อ) แวะถ่ายรูป

เครื่องบินลำนี้จะพาเราไปค่ะ

1520838718

ขอตัดจบแค่นี้ก่อน ขึ้นหน้าใหม่จะได้ไม่สับสนกันนะคะ

ทริปอดีต(s.3) สองสาวเดี่ยวเที่ยว JaPan ตอน 0. ขั้นเตรียมตัว

กลับมาอีกครั้ง แม้ว่าเรื่องสิงคโปร์ยังอัพไม่เสร็จ แต่ได้เวลาออกท่องโลกอีกครั้ง

ทริปนี้อุปสรรคนานัปการ ชวนปวดหัวอย่างรุนแรงเกือบadmit ได้

เนื่องจากทริปนี้เรานัดเพื่อนสนิทไว้จะไปญี่ปุ่นกันค่ะ วางแผนไว้ว่าจะไป backpack กันค่ะ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก้พลันบังเกิด

หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้….

“เอวิ เมนส์ชั้นมาสองอาทิตย์แล้วยังไม่หยุดเลยว่ะ”

(นึกว่าเมนส์ไม่มาจะเครียดอย่างเดียว อันนี้ท่าจะเครียดกว่า)

มันจึงไปดำเนินการหาหมอ ปรากฏว่า

“หมอบอกชั้น ว่าห้ามเดินทาง”

“ijf#@$$@#%……………..”

ตอนนี้เราก็เลยเหลือหัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว งือ

เราจึงดำเนินการโทรหาพี่ชายที่ญี่ปุ่นทันที

“ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างว่ะ งานเข้า”

เอาวะ เราก็เกรงใจพี่เขา ไหนจะลูกเล็ก ไหนจะงานเข้า ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า (คิดแบบกลัวไม่ได้เที่ยวอ่ะนะ) 

เอ๊ะๆ แล้วทำไม สองหญิงเดี่ยวอ่ะ

มีหรือเอวิจะยอมไปคนเดียว เราเข้าไปในเว็บ https://www.travbuddy.com/ (ปัจจุบันปิดเว็บไปแล้ว) เป็นเว็บหาเพื่อนเที่ยวจากทั่วโลก โพส profile ตัวเองเข้าไป ว่าจะไปไหน อ้าวเที่ยงคืนพอดี นอนดีกว่า
ตื่นเช้ามามีสาวอังกฤษส่งข้อความมาหา

“ไปวันเดียวกันเลย ไปด้วยกันนะ”

เป็นอันว่าตกลงโอเคอย่างด่วน ทุกวันเรานัดคุย msn บ้าง facebook บ้างทุกวัน ถ้าทางเธอจะตื่นเต้นมาก ๆ

สรุปว่าได้คู่แล้วนะคะ เราจะเดินทางจากประเทศไทย เธอจะเดินทางจากอังกฤษเจอกันที่สนามบินนาริตะ 11 มีนา 53

ไปทำวีซ่าดีกว่า (สมัยยังต้องทำวีซ่า)

ว่าแล้วเอวิก็ไปทำวีซ่าค่ะ

กลับมานอนผึ่งพุงเล่นระหว่างรอวีซ่าคืน “โทรไปถามตั๋วเครื่องบินดีกว่า”

“ตั๋วเต็มตลอดตั้งแต่ 7-17 มีนาเลยอ่ะค่ะ” 

“ไปลงสนามบินอื่นมีไหมคะ”

“เต็มหมดค่ะ”

ซวยแล้วกรู๊๊๊๊….

จึงให้น้องที่ทำงานจัดการให้

“เดี๋ยวหนูจัดให้เจ๊” ว่าแล้วน้องเขาก็โทรหาน้องชายที่ทำบริษัททัวร์

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปได้ตั๋วมาเรียบร้อย มาเลเซียแอร์ไลน์ แวะทรานซิท มาเลย์ ถึงนาริตะเช้า 11 มีนา 7 โมงเช้า ส่วนสาวอังกฤษมาถึง 11 โมงวันเดียวกัน

วันถัดมา ไปรับวีซ่าคืน ได้มา 90 วัน

ได้วีซ่าเสร็จไปซื้อ JRPASS ราคา 10600 ก่าบาท

JR pass ได้มาแล้ว

jap1002_2

โอนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน

กลับมาสลบคาห้อง

วันนี้ตอนเช้า น้องเอาตั๋วเครื่องบินมาให้
“ได้บินจริงนะว้อย”
“ไม่ได้บินผมคืนเงินเต็มจำนวนเลยพี่”
“อ้าว…. นาทีนี้ชั้นต้องไปให้ได้แล้วว้อย #$%%%%G$@”

กลับมาจองเกสเฮ้าส์ เราสองคนเลือก
tokyohostels
เป็นห้องแบบ mix dorm คนละ 700 กว่าบาท

และจองที่เกียวโต อีกสองคืนที่ KS house แล้วกลับมานอนโตเกียว
Ks house Kyoto
เขาว่าเดินจากรถไฟ 9 นาที

เช็คตารางรถไฟ
https://www.hyperdia.com

นอกจากนี้พี่สะใภ้จะพาไปสวนสตรอเบอรี่ ที่ฮามามัตสึ
นัดเจอกันค่ะ ตอนขาเรากลับจากเกียวโต อาศัยตารางรถนี้

เหมือนเดิม เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ขอกำลังใจด้วยนะคะ จะได้กลับมาพบท่านผู้ชมอีกหรือไม่ งือๆๆๆๆ

รออ่านเร็ว ๆ นี้ค่ะ

Kose Sekisei โดนใจจนอยากบอกต่อ

ส่วนตัว เป็นคนที่มีปัญหากับผิวหน้ามาก ๆ ค่ะ คือจะมีผดเล็ก ๆ ละเอียด ๆ ขึ้นเต็มใบหน้า โดยเฉพาะเวลาที่อากาศร้อน แถมเป็นสิวง่ายอีก บางส่วนก็ลอกเป็นแผ่น (อะไรกันนักหนา) เป็นยังงี้มาตั้งแต่เริ่มเป็นสาวเลย แต่เมื่อนานมาแล้ว (กาลครั้งหนึ่งกันเลย) ตอนสั่งเครื่องสำอางทางเน็ต พอดีมันไม่ถึงยอดส่งฟรี เห็น sekisei ขวดเล็ก แค่ 70 บาท (9 มล.) ก็เลยสั่งเพิ่มเพื่อให้ยอดถึงพอดี

อึมมม…พอใช้แล้วพอใจจริง ๆ ผดค่อย ๆ หายไปใน 7 วัน (อู๊ย…ย สำนวนโฆษณาเจงๆ….ผลที่ได้แต่ละคนไม่เหมือนกันต้องบอกไว้) ก็ประทับใจตัวนี้มากค่ะ เป็นน้ำๆ ไม่ต้องกลัวหน้ามันเลย  ราคาก็ไม่แพงมากแบบกระเป๋าฉีกด้วย

4585155_orig

รายละเอียดจากเว็บโคเซ่ เผื่อใครต้องการข้อมูลเพิ่ม ก็กดไปดูได้ค่ะ
http://www.kose-th.com/th/■ โลชั่นเพื่อความงามกระจ่างใส สกัดจากสมุนไพรตะวันออก
■ มอบความนวลเนียนดุจดั่งหิมะให้ผิวหน้าหญิงสาวทั่วเอเชียได้อวดความขาวใส
■ ปรับปรุงองค์ประของเซลล์ผิวหนัง คืนความแข็งแรงให้ผิวที่อ่อนแอ
■ ปรับสภาพผิวหมองคล้ำให้ดูโปร่ง กระจ่างใสขึ้น ส่งสัญญาณความมีสุขภาพดีแห่งผิวจากภายในสู่ภายนอก
■ ผิวขาวกระจ่างใส ปราศจากการรบกวนของสิวอักเสบ และเมลานินส่วนเกินต้นเหตุแห่งความหมองคล้ำ
■ สารสกัดจากรากรากของต้น Melothria เพื่อประสิทธิภาพแห่งผิวที่สดใส เปล่งประกายมีสุขภาพดี
■ ป้องกันการเกิดความหยาบกระด้างในผิว
■ ต่อต้านมลภาวะภายนอกได้อย่างประสิทธิผล เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ผิวรับสารบำรุงได้มากขึ้น
■ บำบัดอาการติดเชื้ออักเสบ เพื่อประสิทธิภาพแห่งที่ใสกระจ่างขึ้น อุดมไปด้วยความชุ่มชื้น ลดอาการอักเสบของผิว
มาขออธิบายข้อมูลเพิ่มเติม คือไอ้ขวดที่บอกว่า 70 บาท 9 มิลนั้น ไม่ใช่ขวดที่เห็นน๊า…ขวดที่เห็นเป็นขนาด 100 มิล  ในเคาน์เตอร์ 200 มิล 1500 ก่า ๆ มั๊งคะ น่าจะประมาณนั้นค่ะ

รีวิวเปิดกล่องสุ่มเครื่องเขียน 999 ร้าน yourstationary.official

 

รวมที่พักสำหรับนักเดินทางเดี่ยว โลเคชั่นเยี่ยม ที่โตเกียว
บล๊อกเก่าเล่าใหม่ Smiley ดวงปี 64 มาแล้ว โหรพัน พยากรณ์ สายโหด จุก ๆ  137
Live on page  ครั้งแรก เมื่อเดินทางท่องเที่ยว

120  กรี๊ดมากกับการรีวิวเปิดกล่องสุ่ม เครื่องเขียน ราคา 999
จากร้านไอจี yourstationary.official
มาชมกันค่ะ

และยังไม่หยุด เอวิก็ส่องพวกเครื่องเขียนทุกว๊าน ทุกวัน ก็คนมันชอบเนอะ 120

รีวิว โรงแรม เซี่ยงไฮ้แมนชั่น กรุงเทพ เยาวราช China town

รวมที่พักสำหรับนักเดินทางเดี่ยว โลเคชั่นเยี่ยม ที่โตเกียว
ดีลพิเศษที่พักโตเกียว 
บล๊อกเก่าเล่าใหม่ Smiley รีวิว mayu hotel โรงแรมมายู โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น สุขุมวิท 49
Live on page ครั้งแรก เมื่อเดินทางท่องเที่ยว

สวัสดีค่า ทู๊กโคนนนนนนน (จะยาวไปไหน)
วันนี้เอวิจะมีรีวิวโรงแรมในกรุงเทพนี่หละค่า ……

อันเนื่องมาจากว่า เอวินั้นจะไปทำ ICL (แก้ไขสายตาสั้น) ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ตรงแถว ๆ สมาคมเทียนฟ้า เรื่องทำ ICL เดี๋ยวจะมารีวิวทีหลังนะคะ

รีวิวเรื่อง ICL และการทำเลสิค   ที่นี่ค่ะ 

คือสรุปง่าย ๆ ว่าโรงแรม เซี่ยงไฮ้แมนชั่น กรุงเทพ มันอยู่ใกล้โรงพยาบาลมาก เดินในระยะ 3 นาทีถึง และดูจากรีวิว โรงแรมสวยมาก เอานะ เอาโรงแรมนี้แหละ
 โรงแรม เซี่ยงไฮ้แมนชั่น กรุงเทพ 

อย่างที่บอกว่ามันไม่ไกลจาก สมิติเวช ไชน่าทาวน์  เท่าไหร่ ก็คือสะดวกสบายมาก ๆ
เอวิก็จองได้ในช่วงที่มีโปรโมชั่นพอดี

เอาล่ะมาดูโรงแรมกัน มุมมองในฐานะคนทำเลสิคมาใหม่ ๆ 5555555

และขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก พี่ป้อม   Journey for soul ที่มาส่ง มาคอยดูแลช่วงกลางวัน
ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก น้องนิ  A- gift & stationery  มาคอยดูแลช่วงกลางคืนนะคะ

โรงแรมอยู่ตรงแถวนี้ค่ะ

เห็นหูฉลามไหมคะ ติดกับหูฉลามค่ะ ไอ้ที่วงสีฟ้าคือโรงแรม เซี่ยงไฮ้แมนชั่น กรุงเทพ

ภายนอกดูธรรมดามาก

ตอนแรกก็หาไม่ค่อยเจอหรอกค่ะ

เข้ามาข้างใน

มองลงมาจากด้านบน

มุมถ่ายรูปต่าง ๆ

yo5

มุมน่ารัก น่าถ่ายรูปต่าง ๆ เยอะมาก




Booking.com

 

ถ่ายกันไปจ้ะรัว ๆ

ช่วงที่ไปคือใกล้สิ้นปี 63 พอดี ก็จะมีต้นคริสมาสต์สวยๆ


ทางเดินไปห้องนอน

ห้องพักอยู่ชั้น 4 ค่ะ
ตอนที่จอง จองแบบเตียงคู่มา แต่เจ้าหน้าที่จัดเตียงเดี่ยวให้ เลยได้เข้าไปดูห้องเตียงเดี่ยวด้วย
ห้องน่ารักมาก แถมยังถูกใจ แล้วแสงยังไม่เยอะแยงตาด้วย

อันนี้เตียงเดี่ยว

ขอเขาย้ายไปเตียงคู่

เตียงนุ่มดีมาก นอนสบายมาก ให้หมอน 2 ใบ สบายเลย

ไฟสีส้ม ๆ

ด้านหน้าห้องน้ำ ที่นี่อ่างล้างมืออยู่นอกห้องน้ำ

พวกเจลอาบน้ำอะไรก็เป็นของสปาเขา กลิ่นมะพร้าว หอมและดีมากๆ

ในห้องที่เอวิพัก เป็นห้องที่อาบน้ำแบบชาวเวอร์นะคะ ไม่มีอ่าง (ห้องอื่นมี ที่ดูจากเว็บจองนะคะ)

เช้าวันต่อมา ถอดที่ครอบตาได้แล้วนะคะ เตรียมไปหาหมอ มาทานข้าวเช้ากันค่ะ
อาหารเช้า ไม่ใช่บุฟเฟต์นะคะ ให้เลือกเอาตามนี้

เอวิเลือกไข่ดาว ก็มาตามนี้ มีข้าวต้มมาด้วย
ชากาแฟร้อน เติมได้ตลอด แต่ถ้าเลือกกาแฟเย็น ได้ 1 แก้วค่ะ

มีครัวซอง ขนมปังให้กินอีก ครัวซองอร่อยมาก

นั่งชิวหน้าโรงแรมก็สบายใจ

ยังค่ะ ยังไม่จบ เช้าหลังจากทานข้าวเสร็จ เอวิก็ไปหาหมอตามนัด กลับมายังไม่ถึงเวลา check out เหลือบไปเห็นแพคเกจสปา ราคาไม่แพงเลย ไปนวดดีกว่า

เดี๋ยวเรื่องนวด จะมารีวิวครั้งหน้านะคะ….โปรดรอติดตามค่ะ  

รีวิวทำเลสิค   ที่นี่ค่ะ 

 

 

 



Booking.com

รีวิว mayu hotel โรงแรมมายู โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น สุขุมวิท 49

 

รวมที่พักสำหรับนักเดินทางเดี่ยว โลเคชั่นเยี่ยม ที่โตเกียว
ดีลพิเศษที่พักโตเกียว 
บล๊อกเก่าเล่าใหม่ Smiley Afternoon tea โรงแรม Westin Grand Sukhumvit
Live on page ครั้งแรก เมื่อเดินทางท่องเที่ยว

สวัสดีค่ะ 117

วันนี้เอวิจะพาเที่ยว โรงแรม    โรงแรม MAYU Bangkok Japanese Style Hotel  
อยู่สุขุมวิท 49  นี่เองค่ะ  เป็นโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีถังแช่ออนเซ็นในห้องเลย และตอนเช้ามีอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นด้วย

คราวนี้มาในรูปแบบวีดีโอนะคะ เชิญรับชมค่ะ

คราวหน้าจะไปที่ไหนอีก อย่าลืมแวะมาชมกันนะคะ



Booking.com

candle warmer DIY และเทียนหอมกลิ่นสดชื่น

 

หาที่พักโตเกียวราคาถูก
Live on page เล่าเรื่องเที่ยว : ย่านAsakusa
บล๊อกเก่าเล่าใหม่ Smiley unboxing supermom surprise box 

#วันนี้เอวิรีวิวอะไร
ไม่รู้จะรีวิว candle warmer DIY
หรือรีวิวเทียนก่อนกัน มาอ่านกันนะคะ

candle
เครื่องอุ่นเทียนคือไปซื้อไฟอุ่นนกอุ่นเต่ามา พวกให้ความร้อนสัตว์เลี้ยงน่ะค่ะ ประมาณ 300 บาท
อ่านเจอรีวิวในพันทิป ถ้าเทียบกับโคมอุ่นเทียนของจริงราคาหลักพันขึ้นไป (ยี่ห้อดีมากๆคือสามพัน) โคมแบบนี้ดี ไม่ต้องกลัวไฟไหม้ 🔥 แต่ก็ควรดูพื้นผิวที่วางเทียนด้วยว่ามันทนร้อนได้ไหม
🔮 สำหรับท่านที่อยากซื้อตาม คือต้องเลือก
“โคมไฟเซรามิคทนความร้อน หลอดไฟเซรามิคทนความร้อน” นะคะ
มันจะทนร้อนได้นาน และดูความยาวคอโคมไฟให้ดี บางตัวมันจะสั้นสำหรับเทียนใหญ่ ถ้าเราหนีบกับพื้นนะคะ แต่เอวิหนีบกับหน้าต่างมันหนีบตรงไหนก็ได้
หลอดเอวิเลือก 80 วัตต์ โคมมันปรับความร้อนได้ เอาตัวแรงมาก่อน
🕯 ต่อไปคือเทียน ยี่ห้อ Candles Like TH กลิ่น after rain เขาบอกว่ากลิ่นจะเหมือนหลังฝนตก แต่เอวิว่ามันคล้ายน้ำหอมผู้ชายเย็นๆอ่อนๆสดชื่นเบาๆ ราคา 150 บาท อันนี้ซื้อตอนโปรวันแม่ 2 แถม 1 ค่ะ
โดยรวมแล้วชอบค่ะ
สรุป จากโคมอุ่นเทียน+เทียนที่เขาขายชุดละสามพันและอยากได้มากมาย มาจบที่โคมส่องเต่า DIY รวมทั้งสิ้น 450 บาท สายไฟก็รื้อๆมาจากในบ้าน

ขนมอาลัว Sweet Joy อร่อย หวานกำลังดี

 

หาที่พักโตเกียวราคาถูก
Live on page เล่าเรื่อง Guesthouse และ Capsule Hotel
บล๊อกเก่าเล่าใหม่ Smiley 
คนนนท์ กินคลีน ร้าน Mommy Clean food

#วันนี้เอวิรีวิวอะไร
หลังจากรีวิวลงเฟสส่วนตัวมาหลายครั้ง ก็นึกได้ว่าเราก็มีบล๊อกนี่นา 5555 มาดูกันค่า

ขนมอาลัว กระปุกนี้ 150 บาท
เป็นเพื่อนของพี่ที่ทำงานทำ
หวานน้อยๆแต่ยังกลมกล่อมอร่อยดี
หอมด้วยค่ะ
ใครสนใจสั่งกับพี่เขา พี่จอยค่ะ 081 985 9195
หรือไปที่เฟสนี้ >>  http://www.facebook.com/joyart.bodhikasikara
จัดส่งหลายแบบ แต่ของเอวิสั่งรวมกับพี่ที่ทำงานค่ะ