Have time?


ขอบคุณ นาฬิกา สวย ๆ จาก


แวะไปที่เพจเฟซบุ๊คได้นะคะ
Honeynut House

อื่น ๆ
Auto Backlinks

ทริปอดีต Japan(s.2) ตอน 4 เดินเที่ยว ชมวัดเซนโซจิ ย่าน Asakusa

 

รวมที่พักสำหรับนักเดินทางเดี่ยว โลเคชั่นเยี่ยม ที่โตเกียว
ทำวีซ่าอินเดีย ออนไลน์ eVisa ด้วยตัวเอง กันยา2561-2018
บล๊อกเก่าเล่าใหม่ Smiley อินเดียจ๋า ฉันมาแล้วจ้ะ
Live on page สวยงามยามท่องเที่ยว

  ไปอ่านตอนที่แล้ว Go Japan 2 พบญาติ ศาลเจ้า ร้าน watami ย่านชินจูกุ ที่นี่

ตื่นมาเช้าวันใหม่ เป็นวันที่ 11 มี.ค.51 วันนี้เราออกเดินทางไปวัดสายกันเล็กน้อยคือประมาณ 10 โมง เพราะเมื่อวานเหนื่อยกันมามาก วันนี้อากาศเริ่มไม่หนาวมาก คือราว 14-15 องศา

เราเริ่มต้นที่สถานีชินจูกุ โดยเดินจากโรงแรมมาที่ สถานีชินจูกุ ทางเข้าตรงอิเซตัน
พอเข้าอิเซตัน ก็ไม่หนาวแล้ว วน ๆ ดูของกันซักนิด


แม่กับน้า เจอหน่อไม้ฝรั่งปักใส่กระถางใบใหญ่ ในอิเซตันนั่นแหละ ดูสวยดี ชักภาพมาเป็นที่ระลึกหน่อย….

มุดเข้าประตูด้านหนึ่งของอิเซตัน ก็มาออกที่ประตูอีกด้านหนึ่ง จริง ๆ จากตรงนั้นสามารถลงไปที่สถานีรถไฟของ JR ได้เลย แต่พี่เป๋อพาวนเที่ยวก่อน

มีดอกไม้สวย ๆ เต็มไปหมด

ตึกรามบ้านช่องต่าง ๆ


นี่ก็ดอกไม้อีก

ระหว่างทางเจอเขาซ้อมดับเพลิงกันค่ะ เป็นการลองให้เข้าไปในควันจริง ๆ จะได้เข้าใจว่าเป็นอย่างไร
j339_2

ออกมาแล้ว…
เดินไปอีกหน่อย เราก็มาถึงสถานีรถไฟของ JR

ซึ่งในรถไฟ เป็นมารยาทที่เราจะไม่ถ่ายรูปค่ะ (พี่เป๋อบอก) เรานั่งมาขึ้นที่ Ueno
(นั่งสายหากิน Yamanote สายเขียว) จากนั้นเดินอีก เพื่อไปต่อรถไฟใต้ดินค่ะ

ภาพด้านนอก เมื่อถึง Ueno แล้ว
ซึ่งเราก็เดินกันอีกนิดนึง ตรงนี้เป็นที่ที่อยู่สูงขึ้นมากว่าพื้นล่าง แต่จะมีความสูงพอ ๆ กับรถไฟ(ที่ไม่ใช่ใต้ดิน)

j342

แล้วก็มาต่อรถไฟใต้ดินกัน
ซื้อตั๋วก่อน จาก ueno ไป asakusa

พอถึงตรงนี้ ทุกคนในทีมเกิดปวดฉี่ขึ้นมา เลยไปฉี่กันก่อน รถไฟใต้ดินสายนี้มาทุก 2 นาที (เป๊ะๆ)เรานั่งไปอีกเพียง 3 ป้ายเท่านั้นก็จะถึงค่ะ

โผล่ขึ้นมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน ก็เข้าใกล้เป้าหมายคือวัด Asakusa เข้าไปทุกที แต่กองทัพจำเป็นต้องเดินด้วยท้อง จึงหยุดกินข้าวกันก่อนดีกว่า….

ร้านนี้

อ่ะ ดูเมนูกันก่อน

ร้านนี้มีเมนูทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษ ทำให้สะดวกกับชาวต่างชาติที่มาเที่ยว
เรามากัน 5 คน จึงสั่ง ๆ เอามากินรวมกัน

ข้าวห่อไข่ 
เบนโตะแบบนี้ที่คุณน้าสั่ง
ส่วนฉันสั่งปลาดิบ ราคาไม่แพง ตีซะว่า 200 กว่าบาท
แม่สั่งข้าวหน้าปลาดิบ ทานกับคุณพ่อ

นอกจากนี้ทางร้านยังบริการ Miso soup อีกด้วยเป็นรายคน

ที่พลาดไม่ได้คือห้องน้ำร้านนี้แต่งได้สวยจัง

ดูอ่างล้างมือเขาสิ

รับประทานอาหารเสร็จ ออกมาหน้าร้าน มีหนุ่มคนหนึ่งแต่งชุดโบราณ ขายขนมลักษณะเหมือนขนมโตเกียว ชิ้นละ 200 เยน (คุณน้าซื้อมาแต่เราไม่ได้ซื้อ)
พี่เป๋อบอก เขาคิดแพง ค่าแต่งตัว กว่าจะเสร็จเหนื่อยกันพอดี …5 5 5

ขนมของเขา

ร้านค้าที่รายรอบ

ซ้ายล่าง : ร้านนี้ขายผ้าต่าง ๆ ลายสุดฮิต

นี่สถานีตำรวจ

เดินมาใกล้ถึงวัดแล้วค่ะ

ถึงแล้วจ้า….

ถ่ายรูปด้วยหน่อย

เทียบกันดู 2 ปีผ่านไป ณ ที่เดิม แต่นางแบบอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (จริง ๆ น้ำหนักขึ้นมา 1.5 กิโล)
ถ้าอีก 2 ปีมา เอามาเทียบอีก มันจะขนาดไหนวะเนี่ย เหอๆๆๆๆ

ประตูตรงที่ยืน เรียก Kaminarimon เป็นจุดยอดฮิตที่ต้องไปถ่ายรูป ไปครั้งที่ 3 ดูท่าทางจะอ้วนกว่านี้มั๊ยเนี่ย

แวะดูของกันอีกหน่อยจากประตูตามทางเดินเข้าไปสู่ตัววัดด้านใน เดินผ่านถนนที่ขายของมากมาย ชื่อ Nakamise dori สู่ส่วนตัวอาคารด้านในที่จะเข้าไปไหว้พระกัน เรียก Hōzōmon

ถ่ายภาพมุมเดิม พระที่เมื่อ 2 ปีก่อนห่มผ้าแดง

ภาพของเมื่อ 2 ปีก่อน

ระหว่างทางก็มีนักบวชหญิงเดินผ่าน รู้สึกได้ถึงความสงบเย็นจริง ๆ


สถูป 5 ชั้น ครั้งก่อนที่มายังปรับปรุงอยู่ เลยได้ภาพที่ไม่สวยมา คราวนี้สวยแจ่มจริงๆ

อ๊ะ ๆ คุณแม่จะเสี่ยงเซียมซี

หยอด 100 ค่าบำรุงน้ำไฟ หมุน ๆ ให้ติ้วไหลลงมาก็มาตรวจเบอร์กัน

โอ้โหของแม่ได้โชคดี!!!

เสี่ยงมั่ง

ไหงของเราได้งี้ล่ะ

แต่ถึงยังไงก็ใช้ได้ล่ะน่า…. (ปี 49 เสี่ยงได้เบอร์ 43 ปีนี้ได้เบอร์ 44 คราวหน้าได้เบอร์ 45 แน่)

แวะดูเครื่องรางกัน แต่ตรงนี้ไม่ได้ซื้อหรอกค่ะ

จากนั้นไปปัดควันธูปเข้าหาตัว เพื่อความเป็นศิริมงคล
บริเวณวัด

มีคนพาน้องหมามาเที่ยวด้วย ขาวจั๊วะ

พอเข้าไปด้านในก็ไหว้พระกันตามระเบียบ คุณพ่อก็ไปจุดเทียน คงประมาณเติมน้ำมันที่วัดละมั๊ง


เทียนที่นี่ดี ให้เสียบได้เลยโดยที่ก้นมีรูเจาะไว้เลย

ทำธุระที่วัดเสร็จก็จะไปตลาด Ameyoko กันค่ะ
ก่อนจะจากวัด…แวะเข้าห้องน้ำกันอีก ห้องน้ำทำหรูดีจัง

อ่านตอนต่อไป Go Japan 2 ตลาด Ameyoko ร้านอาหารบ้านริมป่า
 ที่นี่

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>